หน้าแรก เกี่ยวกับเรา ติดต่อเรา

เมนู

 

รับ สืบทรัพย์ บังคับคดี ตามคำพิพากษา โดยทีมงานนักสืบและทนายความมืออาชีพ

               รับ สืบทรัพย์ บังคับคดี ตามคำพิพากษา ของศาลโดย ทีมงานนักสืบและทนายความผู้ชำนาญการ จาก บริษัท สกายอินเตอร์เนชั่นแนลลีกัล จำกัด เป็นการสืบหาทรัพย์สินที่เป็นของลูกหนี้ คู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะของลูกหนี้ ทั้งทรัพย์สินที่เป็น สังหาริมทรัพย์ เช่น เงินเดือน รถยนต์ อุปกรณ์เครื่องใช้สำนักงาน เครื่องจักรอุตสาหกรรม เป็นต้น  อสังหาริมทรัพย์ เช่น ที่ดิน อาคาร สิ่งปลูกสร้างต่างๆ ตลอดจน บัญชีเงินฝากธนาคาร และดำเนินการบังคับคดีเพื่อให้ลูกหนี้ได้รับการชำระหนี้ตามคำพิพากษาของศาล ตามปกติแล้ว เมื่อเจ้าหนี้ไม่ได้รับการชำระหนี้จากลูกหนี้ เจ้าหนี้ก็จะใช้สิทธิในการยื่นฟ้องต่อศาลเพื่อบังคับให้ลูกหนี้ทำการชำระหนี้ เมื่อศาลทำการพิจารณาคดี พิพากษาว่า จำเลย(ลูกหนี้)มีความผิดตามฟ้องของโจทก์(เจ้าหนี้) และมีคำสั่งให้จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์นั้น ไม่ได้หมายความว่าเจ้าหนี้จะได้รับการชำระหนี้จากลูกหนี้ในทันทีทันใด เพราะลูกหนี้บางคนอาจยังไม่ยินยอม ชำระหนี้ตามคำพิพากษานั้น ไม่ว่าด้วยเหตุผลใด เจ้าหนี้จึงมีหน้าที่ต้องดำเนินการบังคับคดีเพื่อให้ลูกหนี้ทำการชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของศาล ซึ่งกระบวนการบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ได้กำหนดให้โจทก์ซึ่งเป็นผู้ชนะคดีตามคำพิพากษาต้องปฏิบัติตามกฎหมายเสียก่อน จึงจะมีอำนาจนำเจ้าพนักงานบังคับคดีออกไปทำการอายัดทรัพย์ ยึดทรัพย์ ของลูกหนี้ หรือขับไล่แล้วแต่กรณีไป จึงจะเห็นได้ว่าการสืบหาทรัพย์สินของลูกหนี้นั้นเป็นหน้าที่ของเจ้าหนี้ ไม่หน้าที่ของเจ้าพนักงานบังคับคดีแต่อย่างใด และไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำการสืบหาทรัพย์สินของลูกหนี้  เพราะคงไม่มีลูกหนี้รายใดยินยอมบอกเจ้าหนี้ว่าตนเองมีทรัพย์สินอะไรอยู่บ้าง เพื่อให้เจ้าพนักงานบังคับคดีตามมาทำการยึดทรัพย์ของตน
                 การสืบทรัพย์ (การที่เจ้าหนี้ต้องสืบหาว่าลูกหนี้ของตนมีทรัพย์สินอะไรอยู่บ้างนั้น) ถือว่าเป็นงานยากที่สุดในขั้นตอนของการบังคับคดี หรือในบางคดีขั้นตอนการสืบทรัพย์จะมีความยากมากกว่าการฟ้องคดีเพื่อบังคับให้ลูกหนี้ชำระหนี้เสียอีก เพราะโดยปกติถ้าลูกหนี้ไม่ต้องการที่จะชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ ก็ย่อมที่จะต้องทำการปกปิด ซ่อนเร้น ทรัพย์สินของตน หรือมีการจำหน่าย หรือโอนทรัพย์สินของตนไปให้ผู้อื่น เพื่อไม่ให้เจ้าหนี้หาพบ ดังนั้นนักสืบที่จะทำการสืบทรัพย์นั้น ต้องมีความรู้เรื่องกฎหมายเป็นอย่างดี มีความรู้ความชำนาญในงานสืบสวน และมีประสบการณ์ในการบังคับคดีภาคสนาม เพราะไม่เช่นนั้นเจ้าหนี้อาจต้องเสียค่าใช้จ่ายในขั้นตอนการสืบทรัพย์นี้เป็นจำนวนมาก และไม่สามารถสืบหาทรัพย์สินของลูกหนี้พบด้วย ทั้งนี้ในส่วนของข้อมูลส่วนตัว หรือข้อมูลที่เกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้ถือเป็นสิทธิเฉพาะตัวของลูกหนี้ ถ้าลูกหนี้ไม่ให้ความยินยอม ผู้อื่นก็ไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลในส่วนนี้ได้ เพราะผู้ที่ทำการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวอาจมีความผิดได้ หรือถูกลูกหนี้ฟ้องร้องดำเนินคดีได้ ทำให้หน่วยงานราชการ ธนาคาร หรือหน่วยงานเอกชนต่างๆ ไม่ยอมเปิดเผยข้อมูลของลูกหนี้ให้เจ้าหนี้ทราบ เว้นแต่มีบางกรณีหากเป็นผู้มีส่วนได้เสียในเรื่องดังกล่าวแล้วก็สามารถขอตรวจสอบได้ จึงเห็นได้ว่าการสืบทรัพย์ของลูกหนี้จึงเป็นเรื่องที่ทำได้ยากมาก
                 การสืบทรัพย์ นักสืบจะต้องสืบหาทรัพย์สินทุกประเภทที่เป็นของลูกหนี้ ทั้งอสังหาริมทรัพย์ เช่น บ้าน คอนโด ที่ดิน    ทาวน์เฮ้าส์ อพาร์ทเมนท์ หรือ สิ่งปลูกสร้างต่าง เป็นต้น สังหาริมทรัพย์ เช่น รถยนต์ เครื่องจักรอุตสาหกรรม เป็นต้น  ตลอดจนทรัพย์ สินอื่นๆ ที่ลูกหนี้มีอยู่ หรือสิทธิเรียกร้องของลูกหนี้ เช่น เงินในบัญชีธนาคาร เงินที่จะได้รับตามสัญญาจ้าง การเป็นหุ้นส่วนธุรกิจ การเป็นเจ้าของหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ เงินปันผล เป็นต้น แต่เมื่อสืบพบแล้วก็ต้องดูว่าสามารถยึด อายัดได้หรือไม่ โดยต้องพิจารณาตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 301 และ 302 ซึ่งได้บัญญัติไว้ว่าทรัพย์สินประเภทใดที่เจ้าหนี้ไม่สามารถยึดได้บ้าง


ทรัพย์สิน หรือ สิทธิเรียกร้องที่ไม่สามารถยึดหรืออายัดได้ ตามกฎหมาย


               1. เครื่องนุ่งห่มหลับนอน เครื่องใช้ในครัวเรือน หรือเครื่องใช้สอยส่วนตัว โดยประมาณรวมกัน ราคาไม่เกินประเภทละสองหมื่นบาท              
               2. สัตว์ สิ่งของ เครื่องมือ เครื่องใช้ ในการประกอบอาชีพหรือประกอบวิชาชีพเท่าท่ีจําเป็น ในการเลี้ยงชีพของลูกหนี้ตามคําพิพากษา ราคารวมกันโดยประมาณไม่เกินหนึ่งแสนบาท              
               3. สัตว์ สิ่งของ เครื่องใช้ และอุปกรณ์ที่จําเป็นต้องใช้ทําหน้าที่ช่วยหรือแทนอวัยวะของ ลูกหนี้ตามคําพิพากษา
               4. ทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคําพิพากษาอันมีลักษณะเป็นของส่วนตัวโดยแท้ เช่น หนังสือ สําหรับวงศ์ตระกูลโดยเฉพาะ จดหมาย หรือสมุดบัญชีต่าง ๆ
               5. ทรัพย์สินอย่างใดที่โอนกันไม่ได้ตามกฎหมาย หรือตามกฎหมายย่อมไม่อยู่ในความรับผิด แห่งการบังคับคดี
               6. เบี้ยเลี้ยงชีพซึ่งกฎหมายกําหนดไว้ ส่วนเงินรายได้เป็นคราว ๆ ซึ่งบุคคลภายนอกได้ยกให้ เพื่อเลี้ยงชีพนั้น ให้มีจํานวนไม่เกินเดือนละสองหมื่นบาท
               7. เงินเดือน ค่าจ้าง บํานาญ บําเหน็จ เบี้ยหวัด หรือรายได้อื่นในลักษณะเดียวกันของ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ หรือลูกจ้างในหน่วยราชการ และเงินสงเคราะห์ บํานาญ หรือบําเหน็จที่หน่วยราชการ ได้จ่ายให้แก่คู่สมรสหรือญาติที่ยังมีชีวิตของบุคคลเหล่านั้น
               8. เงินเดือน ค่าจ้าง บํานาญ ค่าชดใช้ เงินสงเคราะห์ หรือรายได้อื่นในลักษณะเดียวกัน ของพนักงาน ลูกจ้าง หรือคนงาน นอกจากที่กล่าวไว้ใน 7.  ที่นายจ้างหรือบุคคลอื่นใดได้จ่ายให้แก่บุคคลเหล่านั้น หรือคู่สมรส หรือญาติที่ยังมีชีวิตของบุคคลเหล่านั้น เป็นจํานวนรวมกันไม่เกินเดือนละ สองหมื่นบาท
               9. บําเหน็จหรือค่าชดเชยหรือรายได้อื่นในลักษณะเดียวกันของบุคคลตาม 8. เป็นจํานวนไม่เกิน สามแสนบาท
               10. เงินฌาปนกิจสงเคราะห์ที่ลูกหนี้ตามคําพิพากษาได้รับอันเนื่องมาแต่ความตายของบุคคลอื่น เป็นจํานวนตามที่จําเป็นในการดําเนินการฌาปนกิจศพตามฐานะของผู้ตายที่เจ้าพนักงานบังคับคดี เห็นสมควร

ทรัพย์สินที่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี (ยึดได้) ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง


               1. ส้งหาริมทรัพย์มีรูปร่าง ( มาตรา 303 )
               2. ส้งหาริมทรัพย์มีทะเบียน เรือ แพ สัตว์พาหนะ ( มาตรา 304 )
               3. หลักทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์ และ ตลาดหลักทรัพย์ ( มาตรา 305 )
               4. ตั๋วเงิน หรือ ตราสารเปลี่ยนมือ ( มาตรา 306 )
               5. หุ้นในห้างหุ้นส่วนจำกัด หรือ บริษัทจำกัด ( มาตรา 307 )
               6. สิทธิในสิทธิบัตร เครื่องหมายการค้า ลิขสิทธิ์ สิทธิในชื่อทางการค้าหรือยี่ห้อ ( มาตรา 308 และ มาตรา 309 )
               7. สิทธิการเช่าทรัพย์สิน หรือสิทธิที่จะใช้บริการต่างๆ ( มาตรา 310 )
               8. สิทธิตามใบอนุญาต ประทานบัตร สัมปทาน ( มาตรา 311 )
               9. อสังหาริมทรัพย์ ( มาตรา 312 )
               10. ทรัพย์สิทธิอันเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ ( มาตรา 313 )


  

 
ขั้นตอนในการ สืบทรัพย์ บังคับคดี ตามคำพิพาษา

               1. หลังจากศาลมีคำพิพากษาแล้ว หากจำเลยไม่มาฟังคำพิพากษา ทนายความของบริษัท สกายอินเตอร์เนชั่นแนลลีกัล จำกัด ต้องส่งคำบังคับให้จำเลยทราบ โดยแถลงต่อศาลที่โจทก์ได้ฟ้องคดีเป็นหนังสือตามแบบของศาลและนำหมายส่งคำบังคับ เพื่อให้จำเลยทำการชำระหนี้ตามคำพิพากษา หากพ้นกำหนดตามคำบังคับแล้ว จำเลยไม่ยอมปฏิบัติตาม หรือไม่ยอมชำระหนี้ ทนายความจะทำการร้องขอต่อศาลให้ออกหมายบังคับคดี ตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี เพื่อยึด อายัดทรัพย์ของจำเลยมาใช้หนี้ ตามคำพิพากษา พร้อมคัดถ่ายสำเนาคำพิพากษาของศาล , คำบังคับ , หมายบังคับคดีของศาลเพื่อใช้ประกอบในการยึดทรัพย์ของจำเลยต่อไป

               2. ขั้นตอนในการสืบทรัพย์ของลูกหนี้ ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ยากที่สุดในกระบวนการนี้ ทรัพย์ที่สืบพบก็ต้องแน่ใจว่าเป็นของลูกหนี้จริงๆ จึงจะทำการยึดทรัพย์ได้ ซึ่งทางบริษัท สกายอินเตอร์เนชั่นแนลลีกัล จำกัด จะให้นักสืบที่เป็นผู้ชำนาญการในการสืบทรัพย์ดำเนินการดังนี้

                  2.1 นักสืบของบริษัท สกายอินเตอร์เนชั่นแนลลีกัล จำกัด จะทำการ สืบทรัพย์ เพื่อสืบหาเงินในบัญชีเงินฝากธนาคารที่เป็นชื่อลูกหนี้ (รวมทั้งกรณีที่ลูกหนี้ใช้ชื่อคนอื่นในการเปิดบัญชีธนาคารแทนชื่อตนเอง) ตามบัญชีเงินฝากธนาคารต่างๆ หรือลูกหนี้มีการลงทุนหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ หุ้นกู้ ทองคำ พันธบัตรรัฐบาล มีการลงทุนในกองทุนต่างๆ ของสถาบันการเงิน หรือมีการซื้อสลากออมสินอยู่ที่ใดหรือไม่

                  2.2 นักสืบของบริษัท สกายอินเตอร์เนชั่นแนลลีกัล จำกัด จะทำการ สืบทรัพย์ เพื่อสืบหาว่าลูกหนี้มีเงินเดือนหรือผลตอบแทนอื่นใด (เช่น ค่าคอมมิชชั่น ค่าตอบแทนต่างๆ ) จากการประกอบอาชีพ หรือการทำงานหรือไม่

                  2.3 นักสืบของบริษัท สกายอินเตอร์เนชั่นแนลลีกัล จำกัด จะทำการ สืบทรัพย์ เพื่อสืบหาทรัพย์สินที่เป็นสังหาริมทรัพย์ซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของลูกหนี้ เช่น รถยนต์ , ทรัพย์สินภายในที่พักอาศัย ทรัพย์สินที่เป็นอุปกรณ์เครื่องใช้สำนักงาน หรือเครื่องจักรในโรงงานอุตสาหกรรม เป็นต้น

                  2.4 นักสืบของบริษัท สกายอินเตอร์เนชั่นแนลลีกัล จำกัด จะทำการ สืบทรัพย์ เพื่อสืบหาทรัพย์สินที่เป็นอสังหาริมทรัพย์ซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของลูกหนี้ เช่น ที่ดิน บ้าน คอนโดมิเนียม ทาวเฮ้าส์ อาคารพาณิชย์ ร้านค้า สิ่งปลูกสร้างต่างๆ อาคาร สำนักงาน โรงงานอุตสาหกรรม เป็นต้น  

                  2.5 นักสืบของบริษัท สกายอินเตอร์เนชั่นแนลลีกัล จำกัด จะทำการ สืบทรัพย์ เพื่อสืบหาว่าลูกหนี้มีการประกอบธุรกิจ หรือเป็นหุ้นส่วนร่วมลงทุนในบริษัท ห้างร้าน หรือการประกอบกิจการอื่นใดอีกหรือไม่

                  2.6 นักสืบของบริษัท สกายอินเตอร์เนชั่นแนลลีกัล จำกัด จะทำการ สืบทรัพย์ เพื่อสืบหาว่าลูกหนี้มีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญาอันมีมูลค่าด้วยหรือไม่ เช่น ลูกหนี้มีการจดทะเบียนเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ , สิทธิบัตร , เครื่องหมายการค้า ของสินค้าชนิดใดหรือไม่ เป็นต้น

                  2.7 นักสืบของบริษัท สกายอินเตอร์เนชั่นแนลลีกัล จำกัด จะทำการ สืบทรัพย์ เพื่อสืบหาว่าลูกหนี้มีสิทธิที่จะได้รับการชำระหนี้จากลูกหนี้ของลูกหนี้ตามกฎหมายหรือไม่ เช่น ลูกหนี้มีลูกหนี้อื่นที่ต้องชำระเงินแก่ลูกหนี้หรือไม่ (กรณีลูกหนี้เป็นเจ้าหนี้ของลูกหนี้คนอื่นอีก) รวมถึงสัญญาจ้างต่างๆ ที่ลูกหนี้มีสิทธิได้รับค่าจ้าง สัญญาเช่าที่ลูกหนี้มีสิทธิได้รับค่าเช่า ตลอดจนสัญญาซื้อขายที่ลูกหนี้มีสิทธิ์ได้รับเงินตามสัญญาด้วย เพื่อที่เจ้าหนี้จะได้ดำเนินการใช้สิทธิเรียกร้องจากลูกหนี้ตามกฎหมายต่อไป

                  2.8 นักสืบของบริษัท สกายอินเตอร์เนชั่นแนลลีกัล จำกัด จะทำการ สืบทรัพย์ เพื่อสืบหาทรัพย์สินที่ลูกหนี้ได้จำหน่าย จ่าย หรือโอนทรัพย์สินให้กับบุคคลอื่นในระหว่างที่เป็นหนี้เจ้าหนี้ว่ามีทรัพย์สินเหล่านั้นหรือไม่ เช่น ลูกหนี้ได้มีการยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินของตนเองให้กับบุคคลอื่นโดยมีเจตนาเพื่อไม่ให้เจ้าหนี้ได้รับการชำระหนี้ หรือมีการทำสัญญาในลักษณะที่เป็นนิติกรรมอำพราง เช่น แกล้งทำเป็นว่าตนเองเป็นหนี้เงินกู้บุคคลอื่นอีกโดยการทำสัญญาเงินกู้ขึ้นมาใหม่อีก โดยที่ตนเองไม่ได้เป็นหนี้จำนวนนั้นแต่อย่างใด เพื่อเจ้าหนี้จะได้ดำเนินการฟ้องเพิกถอนนิติกรรมดังกล่าวที่ลูกหนี้ได้กระทำขึ้นเพื่อเจตนาไม่ให้เจ้าหนี้ได้รับการชำระหนี้ หรือฟ้องลูกหนี้ในข้อหาโกงเจ้าหนี้ต่อไปแล้วแต่กรณี             

                  การดำเนินการตามข้อ 2.1- 2.8 จะทำการสืบทรัพย์ทั้งในส่วนของสามี หรือภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย และรวมถึงบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะของลูกหนี้ด้วย

               3. ทนายความของบริษัท สกายอินเตอร์เนชั่นแนลลีกัล จำกัด ทำการตั้งเรื่องยึดทรัพย์ตามประเภททรัพย์ที่สามารถยึดได้ หากทรัพย์ที่ต้องการจะยึดอยู่นอกเขตอำนาจศาลที่ฟ้องคดี ต้องทำการตั้งเรื่องยึดทรัพย์ข้ามเขตยังสำนักงานบังคับคดีพื้นที่ที่อยู่ในเขตอำนาจของศาลนั้น เมื่อสืบทรัพย์พบทรัพย์สินของลูกหนี้อย่างใดอย่างหนึ่งตามข้อ 2. แล้ว ทางทนายความของบริษัท สกายอินเตอร์เนชั่นแนลลีกัล จำกัด จะต้องดำเนินการบังคับคดี ตามประเภทของทรัพย์สินที่สืบทรัพย์พบ ดังมีรายละเอียดต่อไปนี้

                  3.1 ทรัพย์สินของลูกหนี้ที่นักสืบผู้ทำการสืบทรัพย์พบเป็นเงินสดซึ่งอยู่ในบัญชีเงินฝากธนาคาร ไม่ว่าจะเป็นบัญชีประเภทใด (ทั้งฝากประจำ ออมทรัพย์ หรือบัญชีประเภทอื่น) ทนายความของบริษัท สกายอินเตอร์เนชั่นแนลลีกัล จำกัด จะแจ้งรายละเอียดของบัญชีเหล่านั้นให้เจ้าพนักงานบังคับคดีทราบ จากนั้น เจ้าพนักงานบังคับคดีจะทำการอายัดเงินในบัญชีดังกล่าว โดยการส่งหนังสือแจ้งการอายัดไปยังธนาคารที่ลูกหนี้ได้เปิดบัญชีเอาไว้นั้นเพื่อให้ธนาคารนำส่งเงินดังกล่าวของลูกหนี้ให้กับเจ้าพนักงานบังคับคดี เพื่อเจ้าพนักงานบังคับคดีจะได้แจ้งให้เจ้าหนี้มารับเงินดังกล่าวต่อไป (กรณีนี้เจ้าหนี้จะได้รับเงินเร็วที่สุด)

                  3.2 ทรัพย์สินของลูกหนี้ที่นักสืบผู้ทำการสืบทรัพย์พบเป็นสังหาริมทรัพย์ประเภทต่างๆ เช่น รถยนต์ , อุปกรณ์หรือเครื่องมือเครื่องใช้ภายในบ้านพัก , เครื่องจักรกลในโรงงานอุตสาหกรรม , สินค้าต่างๆ ของลูกนี้ที่ผลิตเสร็จแล้ว หรือ อุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้ในสำนักงาน เป็นต้น ทนายความของบริษัท สกายอินเตอร์เนชั่นแนลลีกัล จำกัด จะทำการนัดหมายกับเจ้าพนักงานบังคับคดี แล้วนำเจ้าพนักงานบังคับคดีออกไปทำการตรวจยึดทรัพย์สินดังกล่าวตามสถานที่ที่พบทรัพย์สินนั้นๆ ตั้งอยู่ เพื่อนำทรัพย์สินดังกล่าวออกขายทอดตลาดเพื่อนำเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดมาชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ต่อไป

                 3.3 ทรัพย์สินของลูกหนี้ที่นักสืบผู้ทำการสืบทรัพย์พบเป็นอสังหาริมทรัพย์ เช่น ที่ดิน , บ้าน , คอนโดมิเนียม , สิ่งปลูกสร้าง , อาคาร สำนักงาน หรือโรงงานอุตสาหกรรม โกดังเก็บสินค้า เป็นต้น ทนายความของบริษัท  สกายอินเตอร์เนชั่นแนลลีกัล จำกัด จะทำการคัดถ่ายสำเนาเอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์เหล่านั้นจากสำนักงานที่ดินที่อสังหาริมทรัพย์นั้นๆ ตั้งอยู่ (รับรองสำเนา) พร้อมทำแผนที่ , ถ่ายรูป รวมถึงราคาประเมินเบื้องต้น นำมาทำการตั้งเรื่องยึดทรัพย์ต่อเจ้าพนักงานบังคับคดี เพื่อที่เจ้าพนักงานบังคับคดีจะได้ทำเรื่องยึดทรัพย์แจ้งไปยังนายทะเบียนของอสังหาริมทรัพย์นั้นๆ และแจ้งลูกหนี้หรือผู้มีส่วนได้เสียทราบตามกฎหมาย และทำการประเมินราคา แล้วนำอสังหาริมทรัพย์นั้นออกขายทอดตลาด เพื่อนำเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดมาชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ต่อไป

                  3.4 ทรัพย์สินของลูกหนี้ที่นักสืบผู้ทำการสืบทรัพย์พบเป็นทรัพย์สินประเภทอื่น เช่น การประกอบธุรกิจ บริษัท ห้างหุ้นส่วน ร้านค้า หุ้น หรือหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ สิทธิความเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญาประเภทต่างๆ ทนายความของบริษัท สกายอินเตอร์เนชั่นแนลลีกัล จำกัด จะแจ้งรายละเอียดของทรัพย์สินเหล่านั้นให้เจ้าพนักงานบังคับคดีทราบ เพื่อทำการอายัดและยึดทรัพย์ เพื่อนำเอาทรัพย์สินเหล่านั้น ออกขายทอดตลาด เพื่อนำเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดมาชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ต่อไป

               4. ขั้นตอนการขายทอดตลาดทรัพย์สินของลูกหนี้  ในการขายทอดตลาดนั้นจะเป็นการขายทรัพย์สินของลูกหนี้ซึ่งได้ทำการยึดมาแล้วโดยเจ้าพนักงานบังคับคดี โดยจะเป็นการประมูลขายให้กับบุคคลทั่วไป (ในบางกรณีลูกหนี้อาจส่งตัวแทนเข้าร่วมการประมูลด้วยก็ได้) ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ผู้ที่ต้องการจะซื้อทรัพย์สินนั้นได้มีการเสนอราคาแข่งกัน หากใครให้ราคาที่สูงกว่าก็จะได้สิทธิในการซื้อทรัพย์สินนั้นไป (ในกรณีที่ราคาที่ประมูลต่ำกว่าความเป็นจริงเกินไป เจ้าพนักงานบังคับคดีสามารถที่จะทำการคัดค้านราคาขายได้) โดยปกติแล้วทางสำนักงานบังคับคดีจะนัดหมายการประมูลไว้ 4 ครั้ง (หากขายได้ก่อนก็จะยกเลิกนัดถัดไปโดยอัตโนมัติ) ซึ่งขั้นตอนการขายทอดตลาดดังกล่าวทางบริษัท สกายอินเตอรืเนชั่นแนลลีกัล จำกัด จะให้ทนายความ ทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลการขายทอดตลาดทุกครั้ง เพื่อป้องกันการเสียเปรียบของเจ้าหนี้ในการขายทอดตลาดในทรัพย์สินของลูกหนี้ที่ทำการตรวจยึดมาได้ อันเป็นการรักษาผลประโยชน์ของเจ้าหนี้อย่างเต็มที่ เพื่อให้เจ้าหนี้ได้รับการชำระหนี้มากที่สุด

               5. การคิดบัญชีและรับเงินจากเจ้าพนักงานบังคับคดี

อัตราค่าบริการ สืบทรัพย์ บังคับคดี ตามคำพิพากษา

               1.ก่อนเริ่มงานทางบริษัท สกายอินเตอร์เนชั่นแนลลีกัล จำกัด จะมีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเบื้องต้นในการดำเนินการสืบทรัพย์บังคับคดี โดยคิดค่าใช้จ่ายเบื้องต้นตามขอบเขตในการสืบทรัพย์แต่ละคดี เช่น ให้สืบหาทรัพย์สินของใครบ้าง เป็นทรัพย์เฉพาะตัวของลูกหนี้ หรือของคู่สมรสด้วย (อัตราขั้นต่ำอยู่ที่ 15,000 บาท ขึ้นอยู่กับข้อตกลงแล้วแต่กรณี)

               การให้คำปรึกษาหรือการวางแผนการปฏิบัติ งานร่วมกับลูกค้านอกสถานที่ ในกรณีที่ลูกค้าต้องการที่จะพูดคุยกับทางนักสืบเอกชน บริษัทสกายอินเตอร์เนชั่นแนลลีกัล จำกัด โดยตรง (ไม่ต้องการพูดคุยทาง โทรศัพท์) แต่ลูกค้าไม่สะดวกที่จะเดินทางมาพบนักสืบของบริษัท สกายอินเตอร์เนชั่นแนลลีกัล จำกัด ยังที่ทำการของ บริษัท สกายอินเตอร์เนชั่แนลลีกัล จำกัด และต้องการให้นักสืบเดินทางไปพบท่านตามสถานที่และเวลาที่ท่านสะดวก ทางบริษัท สกายอินเตอร์เนชั่นแนลลีกัล จำกัด คิดค่าเดินทางดังนี้

               - ในเขตกรุงเทพมหานคร คิดค่าบริการครั้งละ 2,000 บาท

               - ในพื้นที่ต่างจังหวัด คิดค่าบริการตามที่บริษัท สกายอินเตอร์เนชั่นแนลลีกัล จำกัด กำหนดดังนี้
                ระยะทางไม่เกิน        300 กม.                       คิดค่าเดินทาง       3,000 บาท
                ระยะทางตั้งแต่         300-600 กม.                 คิดค่าเดินทาง       4,000 บาท
                ระยะทางตั้งแต่         600 กม. ขึ้นไป               คิดค่าเดินทาง       6,000 บาท
                ** ส่วน ในกรณีที่ลูกค้าเดินทางมาพบกับนักสืบเอกชน บริษัท สกายอินเตอร์เนชั่นแนลลีกัล จำกัด ณ ที่ทำการของบริษัทสกาย อินเตอร์เนชั่นแนลลีกัล จำกัด หรือโทรศัพท์ มาปรึกษาหรือวางแผนในการปฏิบัติงาน เราให้บริการฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด**

               2.ทางบริษัท สกายอินเตอร์เนชั่นแนลลีกัล จำกัด จะทำหนังสือสัญญาว่าจ้างสืบทรัพย์บังคับคดี และหนังสือมอบอำนาจเพื่อให้ท่าน หรือผู้มีอำนาจที่เกี่ยวข้องทำการมอบอำนาจให้ทางบริษัท สกายอินเตอร์เนชั่นแนลลีกัล จำกัด ดำเนินการติดตามสืบทรัพย์บังคับคดีกับลูกหนี้ของท่าน

               3.ทางบริษัท สกายอินเตอร์เนชั่นแนลลีกัล จำกัด มีระยะเวลาการสืบหาทรัพย์สินของลูกหนี้ ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่รับงาน ไม่ว่าจะสืบหาทรัพย์สินของลูกหนี้พบหรือไม่ก็ตาม ทางบริษัท สกายอินเตอร์เนชั่นแนลลีกัล จำกัด จะแจ้งท่านทราบเป็นลายลักษณ์อักษรในรายละเอียดของการสืบทรัพย์ที่ทางบริษัท สกายอินเตอร์เนชั่นแนลลีกัล จำกัด ได้ดำเนินการสืบทรัพย์ไปแล้ว ว่าทางบริษัท สกายอินเตอร์เนชั่นแนลลีกัล จำกัด ได้ดำเนินการอะไรให้ท่านไปบ้าง

               4.เมื่อทางบริษัท สกายอินเตอร์เนชั่นแนลลีกัล จำกัด ได้ดำเนินการให้ลูกหนี้ของท่านชำระหนี้ให้แก่ท่าน หรือมีการยึดทรัพย์สินของลูกหนี้ทำการขายทอดตลาดแล้ว หรือทางบริษัท สกายอินเตอร์เนชั่นแนลลีกัล จำกัด มีการดำเนินการอื่นไม่ว่าด้วยกรณีใดๆ เพื่อให้ท่านได้รับชำระหนี้ เมื่อท่านได้รับชำระหนี้จากลูกหนี้หรือตัวแทนลูกหนี้แล้ว ทางบริษัท สกายอินเตอร์เนชั่นแนลลีกัล จำกัด จะ คิดค่าจ้าง (รางวัล) จากท่านอีก ร้อยละ 20-30 (ขึ้นอยู่กับข้อตกลงแล้วแต่กรณี) ของยอดเงินที่ท่านได้รับ (คิดตามจำนวนเงินสดที่ท่านได้รับในแต่ละครั้ง)

               5.ในการทำงานสืบทรัพย์ บังคับคดี แต่ละขั้นตอน ทางบริษัท สกายอินเตอร์เนชั่นแนลลีกัล จำกัด จะมีการรายงานความคืบหน้าให้ท่านทราบเป็นลายลักษณ์อักษร ว่าทางบริษัท สกายอินเตอร์เนชั่นแนลลีกัล จำกัด ได้ดำเนินการอะไรไปบ้าง

               6.การบริการสืบทรัพย์บังคับคดีนี้ ทางบริษัท สกายอินเตอร์เนชั่นแนลลีกัล จำกัด จะเป็นผู้ดำเนินการทั้งหมดตั้งแต่การสืบทรัพย์ของลูกหนี้ การตั้งเรื่องยึดหรืออายัดทรัพย์ การขับไล่ การนำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดทรัพย์สินของลูกหนี้ จนถึงดูแลการขายทอดตลาดทรัพย์สินของลูกหนี้ให้แก่ท่าน จนกว่าท่านจะได้รับเงินจากลูกหนี้หรือจำเลย จนเสร็จสิ้นกระบวนการ โดยในขั้นตอนการสืบทรัพย์นั้น จะดำเนินการโดยนักสืบซึ่งมีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในการสืบหาทรัพย์สิน และในขั้นตอนการยึด หรืออายัดทรัพย์นั้นจะดำเนินการโดยทนายความของบริษัท สกายอินเตอร์เนชั่นแนลลีกัล จำกัด ทำให้ท่านมั่นใจได้ว่าท่านมีโอกาสที่จะได้รับการชำระหนี้จากลูกหนี้มากที่สุด

               7.หากมีการต้องไปดำเนินการที่ต่างจังหวัด(เฉพาะขั้นตอนการบังคับคดีเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับขั้นตอนการสืบทรัพย์เพราะค่าใช้จ่ายในขั้นตอนการสืบทรัพย์รวมอยู่ในค่าใช้จ่ายเบื้องต้นแล้ว) ท่านต้องชำระค่าบริการตามที่บริษัทฯ กำหนดดังนี้
                      ระยะทาง ไม่เกิน        300 กม.                       คิดค่าเดินทาง       3,000 บาท
                      ระยะทาง ตั้งแต่         300 – 600 กม.              คิดค่าเดินทาง       4,000 บาท
                      ระยะทาง ตั้งแต่         600 กม. ขึ้นไป               คิดค่าเดินทาง       6,000 บาท
               **อัตราค่าบริการนี้ไม่รวมค่าธรรมเนียมต่างๆ ที่กรมบังคับคดีเรียกเก็บ ซึ่งค่าธรรมเนียมนี้ท่านจะได้คืนเพิ่มจากหนี้ตามคำพิพากษา ค่าขนย้ายทรัพย์ ค่าเก็บรักษาในการยึดสังหาริมทรัพย์**


                  หากท่านมีข้อสงสัยหรือต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่ บริษัท สกายอินเตอร์เนชั่นแนลลีกัล จำกัด 

689 อาคารภิรัชทาวเวอร์ แอท เอ็มควอเทียร์ ชั้น 30 ถ.สุขุมวิท แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

โทร. 081-9151522 , 02-0172803-4 email: skyinterlegal@gmail.com , ดูแผนที่ (คลิกที่นี่)  

      

บริษัท สกายอินเตอร์เนชั่นแนลลีกัล จำกัด 
689 อาคารภิรัชทาวเวอร์ แอท เอ็มควอเทียร์ ชั้น 30 ถ.สุขุมวิท
แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

โทร. 081-9151522, 02-0172803-4          แฟกซ์ 02-0172701            E-mail : skyinterlegal@gmail.com           Facebook : Skyinterlegal
Copyright 2011-2020 Sky International Legal Co.,Ltd. All rights reserved.
 
  
view